Kamo designs

การออกแบบโลโก้มีกี่ประเภท มีความสำคัญและวิธีใช้งานต่างกันอย่างไร?

ทุกวันนี้หน้าตาของโลโก้มีหน้าตาที่หลากหลายมากขึ้น มีตั้งแต่แบบเรียบง่ายไปจนถึงละเอียดยิบอย่างไม่มีข้อจำกัด ขึ้นอยู่กับความสร้างสรรค์ของนักออกแบบ แต่เราสามารถแบ่งประเภทของโลโก้ได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ ประเภทตัวอักษร ประเภทรูปภาพ และ แบบผสม ซึ่งแต่ละแบบจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการใช้งาน

1. Typographic Logo (โลโก้ประเภทตัวอักษร) 

โลโก้ประเภทตัวอักษร คือการนำเอาตัวอักษรที่ออกแบบด้วยฟอนต์ต่างๆ มาใช้เป็นทำเป็นโลโก้โดยสามารถออกแบบฟอนต์ใหม่ หรือใช้ฟอนต์มาตรฐาน หรือจากเว็ปไซต์ต่างๆ ได้ ซึ่งจะสามารถทำได้ 2 แบบคือ โลโก้ตัวอักษรแบบย่อ และ โลโก้ตัวอักษรแบบเต็ม

Lettermark (Monogram) หรือ โลโก้ตัวอักษรแบบย่อ 

เป็นการนำตัวอักษร 2-4 ตัวมาเรียงต่อกัน จนกลายเป็นชื่อย่อของบริษัทหรือแบรนด์ ซึ่งจะเป็นคำที่มีหรือไม่มีความหมายก็ได้ ส่วนมากบริษัทหรือแบรนด์ที่มีชื่อยาว จะใช้วิธีออกแบบโลโก้ประเภทนี้เพื่อให้นำไปใช้งานต่อได้สะดวกและสามารถจดจำได้ง่ายขึ้น

Wordmark (Logotype) หรือ โลโก้ตัวอักษรแบบเต็ม

เป็นการนำชื่อของบริษัทหรือชื่อแบรนด์ที่ออกแบบด้วยฟอนต์ต่างๆ เพิ่มลวดลายและสีสันให้มีความเป็นเอกลักษณ์ หรืออาจมีการดัดแปลงรูปแบบตัวอักษรบางตัวให้สามารถสื่อความหมายของสินค้าและบริการอยู่ในตัวอักษรโดยตรง ซึ่งเหมาะกับชื่อบริษัทหรือแบรนด์ที่มีชื่อไม่ยาว เรียกได้ง่าย

2. Imagery Logo (โลโก้ประเภทรูปภาพ)

โลโก้ประเภทรูปภาพหรือสัญลักษณ์ เป็นโลโก้ที่คนส่วนมากจะนึกถึงมากที่สุดเมื่อพูดถึงการออกแบบโลโก้ แต่การออกแบบโลโก้ประเภทนี้จะต้องอาศัยทักษะในการคิดและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ในเชิงลึกเพื่อให้สามารถออกแบบรูปภาพหรือสัญลักษณ์ที่เมื่อคนเห็นรูปหรือสัญลักษณ์นั้นๆ แล้วสามารถสื่อถึงแบรนด์ได้โดยที่ไม่ใช่ตัวอักษรในการสื่อสารชื่อแบรนด์เลย

Pictorial Mark (Symbol) หรือ โลโก้รูปภาพแบบสัญลักษณ์

โลโก้รูปภาพแบบสัญลักษณ์จะเป็นการนำรูปภาพ ลวดลายของสิ่งของหรือส่ิงมีชีวิตต่างๆ มาตัดทอน ตกแต่งเพิ่มเติมจนสามารถสื่อถึงแบรนด์ได้

Abstract Mark หรือ โลโก้รูปภาพแบบนามธรรม

โลโก้รูปภาพแบบนามธรรม จะเป็นใช้ลวดลาย ลายเส้น หรือรูปทรงเรขาคณิตมาประกอบกันขึ้นมาเป็นรูปร่างหนึ่ง โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีความหมายสื่อถึงชื่อแบรนด์หรือเกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการของแบรนด์เลยก็ได้ แต่บางครั้งจะเน้นไปที่การสร้างเรื่องราว ที่มาและคอนเซ็ปของการออกแบบมากกว่าการตีความจากภาพตรงๆ 

Mascot Mark หรือ โลโก้รูปภาพแบบตัวละคร

โลโก้รูปภาพแบบตัวละคร จะเป็นการออกแบบที่มีลายละเอียดค่อนข้างมาก เพราะเป็นการออกแบบตัวละครตัวหนึ่งซึ่งถือเป็นตัวแทนของแบรนด์นั้นๆ  เน้นนำเสนอเรื่องราว ภาพลักษณ์ อารมณ์ความรู้สึกของแบรนด์ที่อยากจะสื่อสารกับลูกค้า 

3. Mixed Logo (โลโก้แบบผสม)

Combination Logo Mark (โลโก้แบบตัวอักษรผสมรูปภาพ)

โลโก้แบบตัวอักษรผสมรูปภาพหรือไอคอน เป็นรูปแบบโลโก้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะสามารถนำมาต่อยอดได้ง่าย จะดึงมาแค่ตัวสัญลักษณ์ หรือชื่อก็สามารถทำได้ ซึ่งการจัดวางสามารถวางตัวอักษรที่เป็นชื่อแบรนด์อยู่ส่วนไหนรอบ ๆ โลโก้แบบสัญลักษณ์ก็ได้ เพื่อสร้างองค์ประกอบให้สมบูรณ์มากขึ้น

Emblem Mark (โลโก้แบบตราสัญลักษณ์)

โลโก้ตราสัญลักษณ์จะเป็นลักษณะตัวอักษร ลวดลาย กราฟฟิก หรือสัญลักษณ์ อยู่ภายในรูปเรขาคณิตต่างๆ เช่น วงกลม สี่เหลี่ยม หรืออื่นๆ ตามการจัดวาง ส่วนมากจะออกแบบมาเพื่อใช้ทำเป็นตราประทับ ของตราโรงเรียน แบรนด์รถยนต์ และหน่วยงานของรัฐ