Kamo designs

Brand Identity — องค์ประกอบของ 'คู่มือการใช้แบรนด์' หรือ 'Brand Kits'

เมื่อเรากำหนด Brand Identity หรือเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่เราต้องการได้ ขั้นตอนต่อไปคือการทำให้คนสามารถคนเข้าถึงและจับต้องแบรนด์เราได้ง่ายมากขึ้น

หลังจากที่เราตอบคำถาม 3 ข้อที่จะช่วยให้เราสามารถสร้าง Brand Identity ของเราได้แล้ว เราก็จะนำคำตอบเหล่านั้นมาตีความหมาย เพื่อสร้างงานออกแบบต่างๆ ผ่านการทำ ‘คู่มือการใช้แบรนด์’ หรือ ‘Brand Kits’ ซึ่งจะประกอบไปด้วยสิ่งเหล่านี้

1. โลโก้ (Logo) หรือ ตราสัญลักษณ์ของแบรนด์

โลโก้เป็นเหมือนภาพตัวแทนของ ‘ธุรกิจ’ ของเรา ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าเราอยากให้ธุรกิจของเรามีรูปร่าง หน้าตาแบบไหนบ้าง จะเป็นรูปวาด ลายเส้น หรือเป็นตัวอักษรอย่างเดียวก็ได้ สามารถออกแบบให้มีหลากหลายรูปแบบได้ ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การใช้งาน โดยทุกแบบควรจะออกแบบให้มีความเกี่ยวข้องกันอยู่ เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำและรู้ได้ว่ายังเป็นแบรนด์เดียวกัน

2. ชุดสี (Color Palette)

คือ เซ็ตของสี ที่เรากำหนดว่าธุรกิจของเราจะใช้สีชุดนี้เป็นหลักในการออกแบบสินค้าหรืองานโฆษณาต่างๆ ทั้งแบบดิจิตอลหรืองานพิมพ์ ซึ่งการเลือกสีควรเลือกให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์หรือบุคลิกขององค์กรที่เราต้องการจะสื่อสารกับกลุ่มลูกค้า เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำแบรนด์ โดยจะใช้วิธีการกำหนดเป็นค่าสีมาตรฐาน เช่นค่าสี Pantone, CMYK, RGB, หรือ HEX Codes อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกำหนดค่าสีที่ใช้ใน Brand kits ต่างๆ ได้ที่นี่

3. รูปแบบตัวอักษร (Typography)

การกำหนด Typeface หรือ Font ที่ธุรกิจของเราจะใช้ในงานออกแบบสินค้าและโฆษณา รวมไปถึงการกำหนดขนาดและการใช้งานในรูปแบบต่างๆ ซึ่งสามารถเลือกได้จากเว็บที่แจกฟรีอย่าง Google Font หรือเลือกซื้อได้จากเว็บไซต์อื่นๆ

4. รูปภาพ (Imagery)

การเลือกรูปภาพ ภาพถ่าย ภาพวาด ที่ช่วยสื่อสาร Mood & Tone ที่เป็นภาพลักษณ์ขององค์กร เพื่อให้คนเข้าใจความภาพหรือบุคลิกของแบรนด์มากขึ้น

5. ลายกราฟิก (Graphic Elements)

การกำหนดรูปวาดหรือลายเส้นต่างๆ ที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อใช้ในสินค้าหรืองานประชาสัมพันธ์ของธุรกิจเรา ไม่ว่าจะเป็น Icon, Pattern, หรือผลงานอื่นๆ ที่สามารถนำไปใช้งานในสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ ได้

6. รูปแบบและภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร (Tone Of Voice)

กำหนดรูปแบบวิธีการเขียนข้อความ การเลือกใช้คำต่างๆ เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น เช่น หากธุรกิจเราต้องการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้รู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนกัน เราอาจแทนองค์กรว่า ‘เรา’ และแทนลูกค้าว่า ‘แก’ เป็นต้น

7. วิธีการใช้งานโลโก้ (Logo Usage Guideline)

การกำหนดวิธีการใช้งานของโลโก้ในงานออกแบบต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่า โลโก้ขององค์กรจะไม่ถูกใช้งานผิด หรือถูกดัดแปลง จนเสียเอกลักษณ์ขององค์กรไป เช่น การกำหนดพื้นที่ขาวรอบโลโก้ การใช้งานโลโก้ในพื้นหลังสีต่างๆ การจัดวางโลโก้ร่วมกับแบรนด์อื่นๆ การปรับขนาดและการจัดวางตำแหน่งของโลโก้ เป็นต้น อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกแบบโลโก้และการกำหนดการใช้งานโลโก้ได้ที่นี่

8. ตัวอย่างการใช้งาน (Example Usage)

การสร้างตัวอย่างการจัดวางองค์ประกอบ เช่น รูปภาพ กราฟิก โลโก้ การใช้สีและรูปแบบตัวอักษร ลงไปในงานออกแบบสินค้าหรืองานโฆษณา ทั้งแบบดิจิตอลและงานพิมพ์ เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเห็นภาพขององค์กรได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

9. วิสัยทัศและคุณค่าขององค์กร (Mission and Value)

การอธิบายจุดยืนขององค์กรสิ่งที่องค์กรเชื่อและพยายามจะทำ เพื่อช่วยให้คนเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญสำหรับองค์กรจริงๆ

สำหรับการสร้างและกำหนดสิ่งต่างๆ ใน Brand kits จะเป็นการกำหนดมาตรฐานในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจของคุณในระยะยาว แต่ไม่ได้แปลว่าต้องยึดถือจนเปลี่ยนไม่ได้เลย บางธุรกิจเมื่อเวลาผ่านไปก็อาจมีการปรับเปลี่ยนหรือที่เรียกว่าการรีแบรนด์ (Rebrand) อยู่เรื่อยๆ เพื่อปรับให้เข้ากับยุคสมัยและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ซึ่งการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแบรนด์ค่อนข้างเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก เพราะหมายถึงเรากำลังจะเปลี่ยนหรือลบความเป็นเอกลักษณ์ความเป็นตัวเราเดิมและสร้างภาพจำอันใหม่ให้กับคนจำนวนมาก บางธุรกิจอาจใช้เวลาวางแผนและกำหนดภาพลักษณ์นานกว่า 10 ปี ถึงตัดสินใจเปลี่ยนก็มี..